|
กลยุทธ์สำหรับพัฒนาระบบเศรษฐกิจ
สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
Strategic
for the development of economic system
For
small and medium business in the borderland
บทคัดย่อ
สืบเนื่องจากการพัฒนา
และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศไทยที่เป็นมาอย่างต่อเนื่อง ในอัตราที่สูงและรวดเร็ว
ก่อนที่จะเกิดวิกฤตการณ์ภาวะเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเซียอาคเนย์ ทำให้โครงสร้างการผลิตเปลี่ยนแปลงจากภาคเกษตรกรรม
ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมและบริการต่างๆ ผู้ประกอบการธุรกิจภาคอุตสาหกรรม,
ภาคบริการ จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจ
ที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานของเศรษฐกิจท้องถิ่น การขาดการสนับสนุนซึ่งการพัฒนาระบบพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจจากภาครัฐ
การขาดซึ่งความรู้
ทักษะในเรื่องการบริหารการจัดการในหลายๆ ด้าน ของผู้ประกอบการธุรกิจ
ย่อมเป็นอุปสรรคในการที่จะพัฒนาระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศตามมา
นอกจากปัจจัยที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา ที่มีสภาพเศรษฐกิจที่ด้อยกว่า
และมีปัญหาทางด้านการเมืองการปกครอง ตลอดจนปัญหาเชื้อชาติ ทั้งมีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย
รวมเป็นระยะทางยาวถึง 2,837 กิโลเมตร ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งผลิตภาคอุตสาหกรรมและบริการที่หล่อเลี้ยงภาคเศรษฐกิจให้กับประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว
อีกทั้งทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งดึงดูดแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
และมีการลักลอบเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย ซึ่งกำลังขาดแคลนแรงงานบางประเภท
เช่น ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม , กิจการด้านแรงงานทางการเกษตรอุตสาหกรรม,
กิจการประมง, กิจการขนถ่ายสินค้า, และอื่นๆ ซึ่งปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มีมาตรการในการป้องกัน
หรือสกัดกั้นและจับกุมผู้ลักลอบหนีเข้าเมืองมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนประกอบการใช้แรงงานบางประเภทได้
ผู้ศึกษาให้ความสนใจ
และตระหนักว่าเศรษฐกิจการค้าตามแนวชายแดนนั้น เป็นโอกาสของการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับระดับท้องถิ่น
และระดับประเทศ ซึ่งมีการค้า การขายเป็นเงินทุนหมุนเวียนรวมกันไม่ต่ำกว่า
4,000 ล้านบาทต่อปี (ปี 2545) โดยที่ร้อยละ 80 เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(SMEs) ที่มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินกิจการ ประมาณตั้งแต่
20,000 บาท จนถึง 20 ล้านบาท ในแต่ละราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยส่วนใหญ่
และมีความประสงค์ที่จะขยายกิจการ เพื่อรองรับความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ
แต่มีปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนข้อขัดข้องต่างๆ ในหลายๆ ด้าน ทั้งทางด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ
การพัฒนาองค์กรธุรกิจ การพัฒนาความรู้ความสามารถในการจัดการธุรกิจที่เป็นระบบสำหรับผู้ประกอบการ
ตลอดจนปัญหาแรงงานที่ขาดแคลนในธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการตามแนวชายแดน
ที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย อันขัดต่อข้อกฎหมายและนโยบายการแก้ไขจากภาครัฐบาล
ผู้ศึกษาเห็นว่าควรมีการศึกษาถึงปัญหา
และอุปสรรค ตลอดข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจตามแนวชายแดน
สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ทั้งด้านนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐ ข้อกฎหมายระหว่างประเทศ และการพัฒนาองค์กรธุรกิจ
การพัฒนาความรู้ความสามารถในการจัดการธุรกิจของผู้ประกอบการ ให้เกิดประสิทธิภาพ
และก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป
สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
เพื่อศึกษาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
นโยบายของภาครัฐที่ใช้ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคตลอดจนแนวทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
โดยการใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาจากเอกสารวิชาการ บทความ
แนวคิดทฤษฎีต่างๆ นโยบายของภาครัฐและจากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ
ซึ่งได้แก่ บุคลากรในภาครัฐ และองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องรวมเป็นข้อมูลสำคัญทั้งสิ้น
15 คน ซึ่งผู้ศึกษาสามารถสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะได้ดังนี้
1.1
สรุปผลการศึกษา
จากการศึกษาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
, นโยบายของ
ภาครัฐในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน
, แนวคิดของผู้ประกอบการในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
, ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
, แนวทางการปรับปรุง , เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
ผลการศึกษาดังกล่าวสามารถสร้างกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดนเพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดนให้สัมฤทธิ์ผล
อีกทั้งทราบถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของกลยุทธ์
องค์ประกอบของกลยุทธ์ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจตำแหน่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
1. นโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดน
ต้องกำหนดขึ้นจากปัญหาและสภาพความเป็นจริง ของผู้ประกอบการในพื้นที่
2.
นโยบายต่าง ๆ จำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
3.
การกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม
-
กำหนดหน่วยงานผู้ที่รับผิดชอบในนโยบายแต่ละนโยบาย
-
กำหนดเป้าหมายนโยบายที่ชัดเจนและปฏิบัติได้
-
ระยะเวลาหวังผลของนโยบายที่ชัดเจน
-
นโยบายเข้าใจง่ายไม่คลุมเครือสามารถนำมาปฏิบัติได้ง่าย
4.
จะต้องมีระบบการประสารงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ดีมีประสิทธิภาพ
5.
มีการประเมินผลของนโยบาย เช่น ระยะ ๆ ที่เหมาะสม
6.
นโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องมีแรงจูงใจ
อันได้แก่ ผลประโยชน์ที่ได้รับที่ชัดเจนจากการร่วมมือ ปฏิบัติตามนโยบาย
-
แรงจูงใจให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม
-
แรงจูงใจในการมีส่วนร่วมในการพัฒนา
-
กำหนดบทบาทความดีความชอบและการกำหนดบทบาทการลงโทษในการปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย
ปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อความสำเร็จของกลยุทธ์ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ประกอบด้วย
1.
งบประมาณเพียงพอสำหรับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
2.
เครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยี
3.
ทรัพยากรบุคลากรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายไปปฏิบัติที่พอเพียง
4.
ความเชื่อมั่นในระบบราชการและบุคลากรของรัฐ
5.
การเพิ่มทักษะความรู้ ความสามารถให้กับผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ
6.
การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริงของผู้ประกอบการ
7.
การประชาสัมพันธ์นโยบาย
8.
การสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียนสำหรับผู้ประกอบการ
1.2
ข้อเสนอแนะ
จากผลการศึกษา
แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดนให้สำเร็จผลนั้น
จำเป็นต้องทราบถึง สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ ที่ถูกต้องและเป็นจริง
การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างเป็นนโยบาย ที่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น
พร้อมทั้งต้องเปิดโอกาศเป็นช่องทางให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวนโยบายที่ใช้ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดนจำเป็นต้องสร้างให้เกิดประสิทธิภาพและคุณภาพของตัวนโยบายที่เหมาะสมกับสภาพของการนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริงซึ่งจำเป็นต้องมี
1.
ความชัดเจนของตัวนโยบาย
1.1
มีการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบในทางนำนโยบายไปปฏิบัติที่ชัดเจน
1.2
กำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายที่ชัดเจน
1.3
กำหนดระยะเวลาหวังผลของนโยบายที่ชัดเจน
1.4
ตัวนโยบายต้องเข้าใจง่ายไม่คลุมเครือสามารถนำมาปฏิบัติได้ง่าย
2.
เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจ สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวชายแดนนั้นจะสำเร็จผลได้จำเป็นอาศัย
การทำงานร่วมกันในหลาย ๆ ฝ่าย อาทิเช่น กระทรวงอุตสาหกรรม , กระทรวงพาณิชย์
, กระทรวงแรงงาน , กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงกลาโหม
, องค์กรของรัฐและเอกชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ ดังนั้น ระบบการประสานงานแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพและสะดวกต่อการปฏิบัติงาน
ไม่สับสน หรือซ้ำซ้อนในระบบการทำงานอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต
3.
การสร้างระบบการประเมินผลของนโยบายต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้ทราบถึง
-
ผลตอบรับนโยบาย
-
ปัญหาและอุปสรรคอันเกิดขึ้นจากตัวนโยบาย , การนำนโยบายไปปฏิบัติ
-
ผลลัพธ์หรือผลสำเร็จของนโยบาย
4.
การจะให้การพัฒนาสำเร็จผลตามวัตถุประสงค์ได้นั้นไม่ใช้อยู่เพียงแต่การสร้างตัวนโยบายที่ดีมีประสิทธิภาพและตรงต่อสภาพปัญหาหรือความเป็นจริงของสภาพธุรกิจ
ตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่จำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจในตัวนโยบายด้วย ได้แก่
-
แรงจูงใจ ให้กับผู้ประกอบการทราบถึงประโยชน์ที่ตนจะได้รับ สิทธิพิเศษต่าง
ๆ ที่ช่วยให้หรือธุรกิจของตนได้รับการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจ
-
แรงจูงใจ ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนา
นโยบายต้องสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ
ในทุก ๆ หน่วยงาน แสดงให้เห็นความสำคัญของการทำงานเป็นทีมเป็นการสร้างระบบสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกัน
และที่สำคัญมองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง
-
กำหนดบทบาทความดี ความชอบ และการกำหนดบทบาทลงโทษในการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย
เพื่อเป็นการครอบคลุมให้อยู่ในกรอบของระบบและเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ปฏิบัติที่ดี
ดังได้กล่าวมาแล้วว่า
องค์ประกอบต่าง ๆ ที่สร้างให้เกิดกลยุทธ์ในการพัฒนา ระบบเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้นจะมีปัจจัยของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จต่อการพัฒนาด้วย
ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาและสร้างให้เกิดความสมดุลย์ และเกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
อันได้แก่
1.
งบประมาณที่เพียงพอสำหรับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
2.
เครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยี ที่เพียงพอต่อการนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน
เช่น การประชาสัมพันธ์ ระบบสารสนเทศ เก็บประวัติข้อมูลของผู้ประกอบการ
3.
ความเหมาะสมและเพียงพอในทรัพยากรบุคลากรของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการนำนโยบายไปปฏิบัติ
-
บุคลากรเพียงพอที่จะให้บริการและพัฒนาทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ
-
บุคคลากรมีความรู้ความสามารถและทักษะที่เพียงพอต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ
-
มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ เช่น ด้านระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์
เพื่อสร้างความมี
ประสิทธิภาพให้กับระบบ
-
บุคลากรที่มีความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานตามนโยบายจบแผนงาน
4.
ความเชื่อมั่นในระบบราชการและบุคลากรของรัฐซึ่งต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดแก่ผู้ประกอบการมีความจริงใจในการร่วมแก้ปัญหา
ลดปัญหาคอร์รับชั่นในแวดวงราชการ
5.
การเพิ่มทักษะความรู้ ความสามารถให้กับผู้ประกอบการ ในด้านต่าง ๆ เช่น
การบริหารจัดการธุรกิจ , การบริหารการผลิต , การบริหารตัวบุคคล , การส่งออก
, ต้นทุน ฯลฯ
6.
การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริง ของผู้ประกอบการ ในประเด็นนี้จะเป็นผลต่อเนื่องมาจากความเชื่อมั่นในระบบราชการ
และบุคลากรของรัฐ ถ้าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อระบบราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะส่งผลให้การเปิดเผยข้อมูลจะตรงตามความเป็นจริงของสภาพปัญหาและสภาพแวดล้อมระบบเศรษฐกิจตามแนวชายแดนที่เป็นจริง
7.
การประชาสัมพันธ์นโยบาย ตัวนโยบายจะดีอย่างไรก็ตามถ้าขาดซึ่งผู้ปฏิบัติตามหรือเห็นประโยชน์ในการสนองตอบนโยบายต่าง
ๆ ก็ถือว่านโยบายนั้น ๆ ไม่สำเร็จผลดังนั้นการทำประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงประโยชน์และวิธีการปฏิบัติ
อีกทั้งรับฟังข้อมูลตอบกลับ อาทิเช่น ข้อมูลตอบกลับจากการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทราบถึงปัญหาความเป็นจริงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งหรือการประเมินผลของนโยบายเป็นระยะๆ
เพื่อทราบถึงผลสะท้อนกลับมา ดังนั้นการประชาสัมพันธ์นโยบายจะส่งผลทำให้นโยบายนั้นได้รับการตอบรับและเข้าใจถึงนโยบายต่างๆ
และพร้อมที่จะปฏิบัติและให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาและปรับปรุงกันต่อไป
8.
การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเนื่องจากธุรกิจตามแนวชายแดนโดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยส่วนใหญ่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่สูงมากนัก
ยังมีความต้องการการสนับสนุนทางการเงินอีกมากซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถจะขยายกิจการและพัฒนาเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่ดีต่อการได้รับการช่วยเหลือสนับสนุน
อันจะส่งผลทำให้เกิดการเข้าร่วมในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อส่วนรวมอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
|